ช่วงที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่เริ่มใส่ใจสุขภาพหันมาออกกำลังกาย และใส่ใจ
เลือกรับประทานอาหารกันมากขึ้น ในขณะที่บางคนไม่มีเวลามากพอ จึงเลือก
อาหารเสริมมาเป็นตัวช่วย ในขณะที่บางคนก็ทานอาหารเสริมจนกลายเป็นอาหารมื้อหลักในที่สุดลองมาดูกันสิว่า...อาหารเสริมแต่ละประเภทควรทานในปริมาณเท่าไร และมีข้อควรระวังอย่างไร วิตามินเอ ประมาณวันละ 4,000 IU ประโยชน์ นอกจากช่วยป้องกันความเสื่อมของผิวหนังแล้ว ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพในการมองเห็น
การทำงานของระบบสืบพันธุ์ วิตามินเสริมฤทธิ์ วิตามินบีรวม วิตามินซี ดี อี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และสังกะสี ปัจจัยขัดขวางการดูดซึม การออกกำลังกายหนักหลังจากกินวิตามินเอภายใน 4 ชั่วโมง ดื่มแอลกอฮอล์
กินอาหารที่มีธาตุเหล็กมากเกินไป กินยาแอสไพริน ยาสเตียรอยด์ ยานอนหลับ ยาระงับประสาทยาระงับการชัก และยารักษาโรคไทรอยด์
ข้อควรระวัง - การกินวิตามินเอมากเกินปริมาณที่กำหนด อาจเกิดอาการปวดกระดูก ปวดข้อ ผมร่วง ริมฝีปากแตก
ผิวหนังแห้งคันเป็นขุย เบื่ออาหาร เส้นเลือดเปราะ และเกิดภาวะโลหิตจางได้ - ในหญิงมีครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินวิตามินเอ เพราะอาจทำให้เกิดภาวะแท้งหรือทารกพิการได้
วิตามินเอที่ได้จากสัตว์ เช่น น้ำมันตับปลา ร่างกายจะดูดซึมหลังกิน 3 - 5 ชั่วโมง ขณะที่วิตามินเอในรูปของแคโรทีนจากพืชผัก ร่างกายต้อง ใช้เวลา 6 - 7 ชั่วโมงในการดูดซึม วิตามินซี วันละ 1,000 มิลลิกรัม ประโยชน์ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายสามารถต้านทานเชื้อโรคต่างๆ และช่วยผลิตและ
รักษาระดับสารคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ใช้ในการสร้างกระดูกและฟัน เส้นเอ็น ผิวหนัง วิตามินเสริมฤทธิ์ วิตามินบีรวม กรดโฟลิก แร่ธาตุสังกะสี แคลเซียม และแมกนีเซียม สูบบุหรี่ ความ
เครียด สูดดมยาฆ่าแมลง หรือกินยาประเภทยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน ยาระงับประสาท ยาคุม
กำเนิดชนิดกิน และยาซัลฟารักษาแผล
ข้อควรระวัง - ห้ ามกินวิตามินซีร่วมกับยาที่ออกฤทธิ์ป้องกันเลือดแข็งตัว เพราะจะทำให้เลือดออกมากขึ้น - ไม่ควรกินวิตามินซีเสริมเกินวันละ 2,000 มิลลิกรัม เพราะอาจทำให้เกิดอาการท้องร่วงได้ วิธีการรักษาวิตามินซีในผักและผลไม้ ไม่ควรล้างหรือแช่ผักผลไม้ที่ปอกเปลือก แล้วลงในน้ำ ส่วนการทำ อาหาร ควรใช้เวลาในการปรุงให้น้อยที่สุด ถ้าต้ม ควรรอให้น้ำเดือดเต็มที่จึงค่อยใส่ผักแล้วปิดฝาทันที และพยายามหลีกเลี่ยง การใช้ภาชนะที่ทำด้วยทองแดง วิตามินอี วันละ 100 400 IU ประโยชน์ นอกจากช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น ลดการอักเสบ และซ่อมแซมผิวหนังแล้วยังเป็นสารต้านไม่ให้
หลอดเลือดแข็งตัว จึงช่วยลดการอุดตันของคอเลส เตอรอล ทำให้เลือดไหลเวียน ดีขึ้น วิตามินเสริมฤทธิ์ วิตามินเอ วิตามินบีรวม วิตามินบี 1 วิตามินซี แมงกานีส และ ซีลีเนียม ปัจจัยขัดขวางการดูดซึม ยาปฏิชีวนะ น้ำแร่ ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด และยาฮอร์โมนเอสโทรเจน
ข้อควรระวัง - ถ้ากินยาควบคุมความดันโลหิตหรือแอสไพริน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการกินวิตามินอี - การกินในปริมาณมากติดต่อกันนานๆ อาจส่งผลให้ปวดท้อง คลื่นไส้ อ่อนเพลีย สายตามัว แคลเซียม ปริมาณวันละ 1,500 มิลลิกรัม ประโยชน์ นอกจากช่วยเสริม สร้างกระดูกให้แข็งแรงแล้ว ยังช่วยรักษาระดับความดันเลือด และการ
ทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจให้เป็นปกติ พร้อมทั้งรักษาความเป็นกรด ด่างในเลือดให้สมดุล วิตามินเสริมฤทธิ์ วิตามินเอ ซี ดี แร่ธาตุเหล็ก และแมกนีเซียม ปัจจัยขัดขวางการดูดซึม ความเครียด การสูบบุหรี่จัด ดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มกาแฟเกินวันละ 6 แก้ว
น้ำอัดลม ยาแอสไพริน ยาลดไข้ ระงับปวด ยาสเตียรอยด์ เช่น คอร์ติโซน เพร็ดนิโซโลน ยา ระงับประสาท
ยาขับปัสสาวะ
ข้อควรระวัง ถ้ากินในปริมาณมาก อาจเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ความดันเลือดสูง ปัสสาวะน้อย ท้องผูก กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเกิดนิ่วที่ไตได้ กรดโฟลิก ปริมาณ 180 - 200 ไมโครกรัม และ 400 ไมโครกรัม ในหญิงตั้งครรภ์ ประโยชน์ ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ควบคุมการทำงานของสมองและอารมณ์ให้อยู่ใน ภาวะปกติ
ช่วยให้เจริญอาหารมากขึ้น และมีส่วนช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานเป็นปกติ วิตามินเสริมฤทธิ์ วิตามินบีรวม ไบโอติน และวิตามินซี ปัจจัยขัดขวางการดูดซึม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ด ยาระงับประสาท และ ยาแก้ชักที่รักษาอาการลมบ้าหมู กรดโฟลิกเป็นประโยชน์มากในหญิงตั้งครรภ์ ช่วยให้ทั้งแม่และเด็กไม่เกิดภาวะโลหิตจาง ลดความเสี่ยงที่เด็กในครรภ์จะพิการหรือสมองเสื่อม
ข้อควรระวัง การกินกรดโฟลิกปริมาณมากในระยะเวลานาน อาจก่อให้เกิดภาวะร่างกายขาดวิตามินบี 12 และทำให้
เกิดภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ แมกนีเซียม วันละ 300 มิลลิกรัม และ 450 - 600 มิลลิกรัม ในหญิงมีครรภ์หรือในระยะให้นมบุตร ประโยชน์ ช่วยให้การทำงานของระบบกล้ามเนื้อ เซลล์ประสาท และการผลิตฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายเป็นปกติ บรรเทาอาการที่เกี่ยวกับสมอง เช่น อาการซึมเศร้า ไมเกรน ที่ สำคัญ หากร่างกายได้รับไม่เพียงพอจะทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคหัวใจสูงได้ วิตามินเสริมฤทธิ์ วิตามินบี 6 วิตามินซี วิตามินดี แคลเซียม ฟอสฟอรัส และโปรตีน ปัจจัยขัดขวางการดูดซึม อาหารแปรรูป น้ำอัดลม การใช้ยาขับปัสสาวะ
ข้อควรระวัง - ปกติถ้าได้รับแมกนีเซียมมากเกินไป ร่างกายจะขับออกทางไต แต่ในผู้ป่วยที่มีปัญหาทางไต ร่างกายไม่สามารถขับแมกนีเซียมออกได้หมด อาจส่งผลให้เกิดอาการท้องร่วงได้ - หากอัตราส่วนของแคลเซียมและแมกนีเซียมไม่สมดุล จะขัดขวางการดูดซึมของแมกนีเซียมได้
อัตราส่วนของแคลเซียม ต่อแมกนีเซียมที่ควรได้รับต่อวัน คือ 2 ต่อ 1 เช่น แคลเซียม ประมาณ 600 มิลลิกรัมต่อแมกนีเซียม 300 มิลลิกรัม |
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น