วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2553

อนุสสติ ๑๐ (29) อุปสมานุสสติ (3)

พบพระแปลกหน้าในป่า

          
ปี ๒๔๘๐ - ๘๑ - ๘๒  สามปีที่กล่าวถึง เป็นปีนิยมไพร ออกธุดงค์ไปปักกลดที่แดนชิดเขต
พม่า สายเมืองกาญจน์ เมืองกาญจนบุรี และเขตแม่สายในคราวธุดงค์นั้น พบพระผู้เฒ่ารูปหนึ่งท่านมา
จากเขตพม่า ท่านทำอะไรได้แปลก ๆ เช่นตอนเช้าท่านถามว่า  วันนี้จะฉันปลาทูต้มยำไหม? ถามว่า
ในป่าอย่างนี้จะเอาที่ไหนมาฉัน ท่านบอกว่าท่านจะไปจังหวัดสมุทรสาครจะเอามาให้ เกิดลองดีท่านจึง
บอกว่า ผมชอบครับ ท่านคว้าบาตรออกเดินหายไปในป่าประมาณครึ่งชั่วโมงท่านกลับมา พร้อมกับ
หม้อเคลือบสีเขียวขนาดกลาง มีปลาทูต้มยำเยอะ กำลังร้อน ท่านให้ฉัน ขณะฉันท่านบอกว่า แม่พ่วง
เขาสั่งมาว่า บอกท่านมหาด้วย พรุ่งนี้จะหาข้าวตอกน้ำกะทิมาให้ฉัน เขาบอกว่าท่านชอบ พอท่านพูด
ก็สงสัยว่า ท่านทราบได้อย่างไรว่า แม่พ่วงตลาดในเมืองจังหวัดสมุทรสาครนั้นชอบกับผู้เขียน และท่าน
ไปจังหวัดสมุทรสาครได้อย่างไร ถ้าจะเดินกันจริง  มันต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือนจึงถึง พอคิด
เท่านั้น ท่านก็พูดว่า ท่านคิดอย่างนั้นถูกสำหรับบุถุชนคนธรรมดา ถ้าเป็นพระที่ได้อภิญญาอย่างผมไม่มี
อะไรสำคัญ ได้ฟังท่านพูดก็ตกใจ ท่านอธิบายต่อไปว่า เรื่องอภิญญาเป็นของมีจริง และเป็นเรื่องเล็ก ๆ
สำหรับท่านที่รักการปฏิบัติจริง เรื่องมรรคผลนิพพานสิเป็นเรื่องใหญ่  นิพพานที่เข้าใจกันว่าสูญนั้นเป็น
การเข้าใจผิดชัด ๆ ความจริงนิพพานไม่สูญ เป็นแดนพิเศษที่เหนือเทวดาและพรหม มีความสวยสด
งดงามมากกว่าเทวดาและพรหม  มีความสุขละเอียดกว่า สุขุมกว่า ไปไหนมาไหนได้ตามสบาย ไม่มี
สภาพสิ้นซากหรือไร้ความรู้สึก ถามท่านว่า ท่านเคยพบนิพพานแล้วหรือ? ท่านบอกว่าพบแล้ว จึงออก
จากวัดมาอยู่ป่า เมื่อวานนี้ฉันพบกับอาจารย์เธอที่วัดบางนมโค ท่านขอร้องให้ฉันสงเคราะห์เธอเรื่อง
นิพพาน ฉันจึงมาเพื่อสงเคราะห์ ท่านกรุณาแนะนำดังต่อไปนี้

หาหนังสืออุทุมพริกสูตร

          
ท่านบอกว่า ถ้าจะปฏิบัติให้พบพระนิพพานเร็ว ก็ต้องอ่านอุทุมพริกสูตร และปฏิบัติตามนั้น
ให้ครบถ้วน จะเข้าถึงนิพพานได้อย่างไม่ผิดพลาดและรวดเร็ว ตอนนี้จะบอกเรื่องการเห็นไว้พอเป็น
แนวทางของความคิดเห็น
การเห็นมีหลายชั้น

         
ท่านว่าสิ่งที่จะเห็นมีหลายชั้น แต่ต้องปรับปรุงตัวให้เหมาะสม พอที่จะเห็นได้ มนุษย์ธรรมดา
มีตาไว้สำหรับดูธาตุที่เป็นรูป และเป็นของใหญ่ ธาตุที่เล็กกว่าเล็นไรมนุษย์ก็มองไม่เห็น ตามนุษย์นี้
เป็นตาที่ดูของหยาบมาก  สู้ตาสัตว์เดียรัจฉาน  เช่น ตาแมว ตาสุนัขไม่ได้ พอมืด มนุษย์แม้ของใหญ่
ก็มองไม่เห็น  ส่วนสัตว์เดียรัจฉาน ในป่ากลางคืนเดินหากินสบาย ไม่ต้องใช้คบเพลิงหรือตะเกียง
ส่องทาง เห็นหรือยังว่า ตามนุษย์เลวกว่าตาสัตว์เดียรัจฉาน? ท่านถาม ตอบท่านว่าเห็นแล้วขอรับ ท่าน
เล่าต่อไป มนุษย์นี้ไม่สามารถเห็นพวกยักษ์ผี ที่เรียกว่าอสุรกาย  เปรต  และสัตว์นรกได้ ถ้าพวกนั้น
เขาไม่ให้เห็น ความจริงพวกที่กล่าวถึงนี้มีกายหยาบมาก เห็นง่าย เสียงดังฟังชัด พวกที่กล่าวแล้วนั้น
ก็ไม่สามารถเห็นเทวดาที่มีบุญญาธิการมากกว่าได้ ถ้าเขาไม่ต้องการให้เห็น เทวดาก็ไม่สามารถ
เห็นพรหมได้ถ้าเขาไม่ต้องการให้เห็น  พรหมก็ไม่สามารถเห็นพระอริยะที่เข้านิพพานได้  ถ้าท่าน
ไม่ต้องการให้เห็น ความเห็นนั้นมีคุณพิเศษละเอียดต่างกันด้วยบุญญาธิการอย่างนี้


(ต่อ)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น