"ถ้าแกแผ่(บุญ)เองไม่ได้ แกนึกถึงข้านี่ ข้าแผ่ให้แกได้"
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิสังฆัง สะระณัง คัจฉามิ "
หลวง ปู่ว่า ไม่มีปาฏิหาริย์อันใดจะอัศจรรย์เท่ากับการฝึกหัดอบรมพัฒนาตนเองจากความเป็น ปุถุชนไปสู่ความเป็นอริยชนตามแนวทางที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ทั้งหลักศีล สมาธิ และปัญญา ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็คือการพัฒนาความสามารถในการมีความสุขของตนให้ละเอียด ประณีตยิ่งขึ้น กระทั่งถึงภาวะความสุขชนิดที่จะไม่กลับกลายเป็นความทุกข์ได้อีก นั่นก็คือพระนิพพาน
======================================
"ปฏิบัติแล้ว โลภ โกรธ หลง แกลดน้อยลงหรือเปล่าล่ะ ถ้าลดลงข้าว่าแกใช้ได้"
"นั่งไปเถอะ สว่างก็ได้บุญ มืดก็ได้บุญ"
======================================
หลวงปู่เคยเตือนศิษย์เสมอว่า
"ข้าไม่มีอะไรให้แก
ธรรม ที่สอนไปนั่นแหละ
ให้รักษาเท่าชีวิต "
==========================
"ให้หมั่นพิจารณา อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา"
"ที่แกปฏิบัติอยู่ให้รู้ไว้ว่าไม่ใช่เพื่อข้า แต่เพื่อตัวแกเอง"
==============================
ทุกวันนี้ แกคิดถึงข้า ข้าก็คิดถึงแก อยู่แล้ว
ข้าอยู่กับแกตลอด
หมั่นภาวนาและปฏิบัติต่อไป
=========================================================
"ข้าไม่มีศิษย์เอก ไม่มีคนโปรด
ข้ารักศิษย์ทุกคนเหมือนกันหมด
ข้าอยู่กับทุกคน และช่วยเหลือเหมือนกัน
อยู่ที่ใครจะเข้าถึงข้าได้หรือไม่
หมั่นภาวนาเข้าไว้"
==============================
“คนฉลาดน่ะ เขาไม่เคยมีเวลาว่าง สมควรแล้วหรือกับวันคืนที่ล่วงไป ๆ คุ้มค่าแล้วหรือกับลมหายใจที่เหลือน้อยลงทุกขณะ”
"แกรู้เหรอเรื่องแต่ก่อน ไม่ต้องไปสนใจเพราะเรารู้ไม่ได้ เอาชาตินี้ให้มันดี ไม่ต้องคิดถึงชาติก่อน อย่าท้อถอยทำไปเดี๋ยวก็ดีเอง"
"คนเราเกิดมา ไม่เห็นมีอะไรดี มีดีอยู่อย่างเดียว สวดมนต์ ไหว้พระ ปฏิบัติ ภาวนา"
"ของดีต้องใช้ให้เป็นจึงจะรู้ว่าเป็นของดี"
" ถ้าขี้เกียจ ให้นึกถึงข้า ข้าทำมา ๕๐ ปี อุปัชฌาย์ข้าเคยสอนไว้ว่า
ถ้าวันไหนยังกินข้าวอยู่ก็ต้องทำ วันไหนเลิกกินข้าว...
นั่นแหล่ะถึงไม่ต้องทำ "
==============================
(ช่วงก่อนที่หลวงปู่จะละสังขารไม่กี่วันข้างล่างเป็นคำพูดของท่านครับ)
"ไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดในร่างกายข้า...ที่ไม่เจ็บปวดเลย
ถ้าเป็นคนอื่นคงเข้าห้องไอซียูไปนานแล้ว"
แต่หลวงปู่ก็ยังโปรดศิษย์จนวาระสุดท้าย....
(ท่านล้มขณะที่จะออกมานั่งที่ประจำของท่านหน้ากุฎิและมรณ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น