วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2553

อานิสงส์ของการสวดมนต์

ทศนาโดย ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ดังปรากฎ
ในงานของท่านเจ้าพระยาสรรเพชรภักดี จางวางมหาดเล็กในรัชกาลที่ 4
ที่ได้นิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จโตมาเทศน์ที่บ้าน


ครั้งพบค่ำ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตพร้อมลูกศิษย์ได้เดินทางจากวัดระฆังมายัง
บ้านของท่านเจ้าพระยาสรรเพชรภักดี ซึ่งในขณะนั้นมีอุบาสก อุบาสิกา นั่ง
พับเพียบเรียบร้อยกันเป็นจำนวนมาก ด้วยต้องการสดับรับฟังการเทศน์ของท่าน
เจ้าประคุณ . ที่เรือนของท่านเจ้าพระยา

เจ้าประคุณสมเด็จโตได้ขึ้นนั่งบนธรรมาสน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงกล่าวบูชา

พระรัตนตรัย เมื่อจบแล้วท่านจึงเทศน์เรื่อง " อานิสงส์ของการสวดมนต์ "
โดยกล่าวว่า ...

ยังมีคนส่วนใหญ่เข้าใจว่า การสวดมนต์มีประโยชน์น้อยและเสียเวลามากหรือ

ฟังไม่รู้เรื่อง ความจริงแล้วการสวดมนต์มีประโยชน์อย่างมากมาย เพราะการสวด
มนต์เป็นการกล่าวถึงคุณงามความดี ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่า
พระองค์ท่านมีคุณวิเศษเช่นไร พระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์มีคุณอย่างไร
และพระสงฆ์อรหันต์อริยะเจ้ามีคุณเช่นไร การสวดมนต์ด้วยความตั้งใจจนจิตเป็น
สมาธิ แล้วใช้สติพิจารณาจนเกิดปัญญาและความรู้ความเข้าใจ ...

ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์นั่นคือ จะทำให้ท่านเป็นผล จนสำเร็จ

เป็นพระอรหันต์ ที่อาตมากล่าวเช่นนี้ มีหลักฐานปรากฎในพระธรรมคำ
สอนที่กล่าวไว้ว่า ...
โอกาสที่จะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์มี 5 โอกาสด้วยกัน คือ


1.
เมื่อฟังธรรม

2.
เมื่อแสดงธรรม

3.
เมื่อสาธยายธรรม นั่นคือ การสวดมนต์

4.
เมื่อตรึกตรองธรรม หรือเพ่งธรรมอยู่ในขณะนั้น

5.
เมื่อเจริญวิปัสนาญาณ


การสวดมนต์ในตอนเช้าและในตอนเย็นนั้นเป็นประเพณีที่ปฎิบัติกันมา ตั้งแต่

สมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนา บรรดาพุทธบริษัททั้ง

หลาย ต่างพากันมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ โดยแบ่งเวลาเข้าเฝ้าเป็น 2 เวลา นั่น

คือ ตอนเช้าและตอนเย็นเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรม การฟังธรรมเป็นการ

ชำระล้างจิตใจที่เศร้าหมองให้หมดไปเพื่อสำเร็จสู่มรรคผล พระนิพพาน การสวด

มนต์นับเป็นการดีพร้อมซึ่งประกอบไปด้วยองค์ทั้ง 3 นั่นคือ


1. กาย มีอาการสงบเรียบร้อยและสำรวม

2. ใจ มีความเคารพนบนอบต่อพระรัตน์ตรัย

3. วาจา เป็นการกล่าวถ้อยคำสรรเสริญถึงพระคุณอันประเสริฐใน

พระคุณทั้ง 3 พร้อมเป็นการขอขมา ในการผิดพลาดหากมี และกล่าวสักการะ

เทิดทูนที่สูงยิ่งซึ่งเราเรียกได้ว่า เป็นการสร้างกุศลซึ่งเป็นมงคลอันสูงสุดทีเดียว


อาตมาภาพ ขอรับรองแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าหากบุคคลใดได้สวดมนต์เช้าเย็น

ไม่ขาดแล้ว บุคคลนั้นย่อมเข้าสู่แดนพระอรหันต์อย่างแน่นอน การสวดมนต์นี้

ควรสวดมนต์ให้มีเสียงดังพอสมควร ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์แก่จิตตน และ

ประโยชน์แก่จิตอื่น

- ที่ว่าประโยชน์แก่ตน คือ เสียงในการสวดมนต์จะกลบเสียงภาย

นอกไม่ให้เข้ามารบกวนจิต ก็ทำให้เกิดความสงบอยู่กับบทสวดมนต์นั้นๆ ทำให้

เกิดสมาธิและปัญญา เข้ามาในจิตใจของผู้สวด

- ที่ว่าประโยชน์แก่จิตอื่น คือ ผู้ใดที่ได้ยินได้ฟังเสียงสวดจะ

พลอยให้เกิดความรู้เกิดปัญญา มีจิตสงบลึกซึ้งตามไปด้วย ผู้สวดก็เกิดกุศลไป

ด้วยการให้ทานโดยทางเสียง เหล่าพรหมเทพที่ชอบฟังเสียงในการสวดมนต์ มี

อยู่จำนวนมากก็จะมาชุมนุมฟังกันอย่างมากมาย เมื่อมีเหล่าพรหมเทพเข้ามาล้อม

รอบตัวของผู้สวดอยู่เช่นนั้น ภัยอันตรายต่างๆ ที่ไหนก็ไม่สามารถกล่ำกรายผู้

สวดมนต์ได้ตลอดจนอาณาเขตและบริเวณบ้านของผู้ที่สวดมนต์ ย่อมมีเกราะแห่ง

พรหมเทพและเทวดา ทั้งหลายคุ้มครองภัยอันตราย ได้อย่างดีเยี่ยม ...


ดูก่อน ... ท่านเจ้าพระยาและอุบาสก อุบาสิกาในที่นี้ การสวดมนต์เป็นการ

ระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ เมื่อจิตมีที่พึงคือ

คุณพระรัตนตรัย ความสะดุ้งกลัวก็ดี และความขนพองสยองเกล้าก็ดี

ภัยอันตรายใดๆ ก็ดี จะไม่มีแก่ผู้สวดมนต์นั่นแล ...

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น