ต่อไปเข้าฌาน ๔ ใหม่ พวกเราก็เข้าฌาน ๔ ออกจากฌาน ๔ท่านบัญชาพวกเราก็ออก
มาหยุดอยู่แค่อุปจาระ สร้างภาพกสิณให้แจ่มใส ท่านสั่ง พวกเราก็ทำตามขอภาพกสิณจงหายไป
ภาพเทวโลกจงปรากฏ พวกเราทำตาม เห็นเทวโลกแจ่มใสเป็นเมืองทิพย์สวยที่สุด พวกเราเพลิด
เพลินมาก แต่พอจะเพลินดี ก็ได้ยินเสียงก้องมาว่า เทวโลกเป็นกามาวจรที่ยังไม่พ้นวัฏฏะ จงถอน
ความพอใจเสีย พิจารณาเทวโลกให้เป็นของปฏิกูลตามแบบอสุภกรรมฐาน พวกเราเสียดายก็เสียดาย
แต่ต้องทำตาม ท่านพูดว่าลิงดำอย่าพอใจในเทวโลก เทวโลกเป็นปัจจัยของความทุกข์ พอท่านพูด
เท่านั้นอารมณ์ก็เปลื้องออกได้ ท่านบอกว่ากลับใหม่ ถอนอารมณ์ออกมาอุปจาระ พวกเราทำตาม
ท่านสั่งต่อไปว่า เข้าฌาน ๔ ใหม่ พวกเราก็เข้าฌาน ๔ ออกจากฌาน ๔ พวกเราออก สร้างกสิณ
ให้แจ่มใส พวกเราสร้างตาม จงอธิษฐานว่ารูปกสิณจงหายไป พรหมโลกจงปรากฏ พวกเราทำตาม เห็นพรหมโลกแจ่มใส แล้วท่านให้ถอน และสอนว่าจงทำอย่างนี้ให้ชำนาญภายใน ๗ วัน ดูแล้วเห็น
แล้ว ถามผลกรรมเข้าด้วยแล้ว เขาทำแล้ว อะไรจึงตกนรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นเทวดา เป็น
พรหม เธอทำอย่างนี้ชำนาญแล้ว เธอจะเข้าถึงแก่นของพระนิพพาน เจริญวิปัสสนาญาณต่อ ถ้ามี
บารมีแก่กล้า จะได้วิมุตติญาณทัสสนะภายใน ๗ วัน ถ้ามีบารมีอย่างกลาง จะได้วิมุตติญาณทัสสนะ
ภายใน ๗ เดือน ถ้ามีบารมีทราม จะได้วิมุตติญาณทัสสนะภายใน ๗ ปี นี่เวลาจวนสว่างแล้วฉัน
จะไปก่อน ๗ วันแล้วฉันจะมาสอนวิปัสสนาให้ แล้วท่านก็หายไปเหมือนความฝัน
แนวปฏิบัติเพื่อวิมุตติญาณทัสสะ เพื่อเห็นพระนิพพาน ท่านสอนมาในสมัยไปธุดงค์ ท่านสอนอย่างนี้ ผู้เขียนก็ได้เพียงฟังท่านสอน เพราะรับผลเพียงพหูสูตร ส่วนผลทางปฏิบัตินั้น
ไม่ทราบจะบอกอย่างไร เรื่องมรรคผลนั้นไม่ต้องพูดถึง ทำขณะที่ท่านบอกแจ่มใสจริง ๆ พอ
ห่างอาจารย์เข้า ความรู้กลับไปหาอาจารย์หมด เอามาเขียนไว้เพื่อเล่าสู่กันฟังเรื่องนิพพานมีหรือ
นิพพานสูญ ถ้าท่านประสงค์จะทราบจริง ก็ลองปฏิบัติตามท่านสอนดูบ้าง เผื่อวาสนาบารมีท่านพอ
ได้พอถึง ท่านอาจได้วิมุตติญาณทัสสนะ และพบพระนิพพานด้วยตนเอง จะได้คลายสงสัย สำหรับ
ท่านที่เจริญกรรมฐานกองอุปสมานุสสติอยู่แล้ว จงอย่าสนใจแต่คิดถึงพระนิพพาน จงปฏิบัติตาม
แนววิชชาสามนี้ด้วย ท่านจะพบความชื่นใจตามที่ท่านตั้งใจไว้
ขอยุติอุปสมานุสสติไว้แต่เพียงนี้ ส่วนเรื่องที่เล่ามาในที่นี้ขอให้ถือว่าเป็นนิทานหรือ
ความฝันก็แล้วกัน จนกว่าท่านจะได้เองแล้วจึงค่อยถือเอาเป็นเรื่องจริงจัง
มาหยุดอยู่แค่อุปจาระ สร้างภาพกสิณให้แจ่มใส ท่านสั่ง พวกเราก็ทำตามขอภาพกสิณจงหายไป
ภาพเทวโลกจงปรากฏ พวกเราทำตาม เห็นเทวโลกแจ่มใสเป็นเมืองทิพย์สวยที่สุด พวกเราเพลิด
เพลินมาก แต่พอจะเพลินดี ก็ได้ยินเสียงก้องมาว่า เทวโลกเป็นกามาวจรที่ยังไม่พ้นวัฏฏะ จงถอน
ความพอใจเสีย พิจารณาเทวโลกให้เป็นของปฏิกูลตามแบบอสุภกรรมฐาน พวกเราเสียดายก็เสียดาย
แต่ต้องทำตาม ท่านพูดว่าลิงดำอย่าพอใจในเทวโลก เทวโลกเป็นปัจจัยของความทุกข์ พอท่านพูด
เท่านั้นอารมณ์ก็เปลื้องออกได้ ท่านบอกว่ากลับใหม่ ถอนอารมณ์ออกมาอุปจาระ พวกเราทำตาม
ท่านสั่งต่อไปว่า เข้าฌาน ๔ ใหม่ พวกเราก็เข้าฌาน ๔ ออกจากฌาน ๔ พวกเราออก สร้างกสิณ
ให้แจ่มใส พวกเราสร้างตาม จงอธิษฐานว่ารูปกสิณจงหายไป พรหมโลกจงปรากฏ พวกเราทำตาม เห็นพรหมโลกแจ่มใส แล้วท่านให้ถอน และสอนว่าจงทำอย่างนี้ให้ชำนาญภายใน ๗ วัน ดูแล้วเห็น
แล้ว ถามผลกรรมเข้าด้วยแล้ว เขาทำแล้ว อะไรจึงตกนรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นเทวดา เป็น
พรหม เธอทำอย่างนี้ชำนาญแล้ว เธอจะเข้าถึงแก่นของพระนิพพาน เจริญวิปัสสนาญาณต่อ ถ้ามี
บารมีแก่กล้า จะได้วิมุตติญาณทัสสนะภายใน ๗ วัน ถ้ามีบารมีอย่างกลาง จะได้วิมุตติญาณทัสสนะ
ภายใน ๗ เดือน ถ้ามีบารมีทราม จะได้วิมุตติญาณทัสสนะภายใน ๗ ปี นี่เวลาจวนสว่างแล้วฉัน
จะไปก่อน ๗ วันแล้วฉันจะมาสอนวิปัสสนาให้ แล้วท่านก็หายไปเหมือนความฝัน
แนวปฏิบัติเพื่อวิมุตติญาณทัสสะ เพื่อเห็นพระนิพพาน ท่านสอนมาในสมัยไปธุดงค์ ท่านสอนอย่างนี้ ผู้เขียนก็ได้เพียงฟังท่านสอน เพราะรับผลเพียงพหูสูตร ส่วนผลทางปฏิบัตินั้น
ไม่ทราบจะบอกอย่างไร เรื่องมรรคผลนั้นไม่ต้องพูดถึง ทำขณะที่ท่านบอกแจ่มใสจริง ๆ พอ
ห่างอาจารย์เข้า ความรู้กลับไปหาอาจารย์หมด เอามาเขียนไว้เพื่อเล่าสู่กันฟังเรื่องนิพพานมีหรือ
นิพพานสูญ ถ้าท่านประสงค์จะทราบจริง ก็ลองปฏิบัติตามท่านสอนดูบ้าง เผื่อวาสนาบารมีท่านพอ
ได้พอถึง ท่านอาจได้วิมุตติญาณทัสสนะ และพบพระนิพพานด้วยตนเอง จะได้คลายสงสัย สำหรับ
ท่านที่เจริญกรรมฐานกองอุปสมานุสสติอยู่แล้ว จงอย่าสนใจแต่คิดถึงพระนิพพาน จงปฏิบัติตาม
แนววิชชาสามนี้ด้วย ท่านจะพบความชื่นใจตามที่ท่านตั้งใจไว้
ขอยุติอุปสมานุสสติไว้แต่เพียงนี้ ส่วนเรื่องที่เล่ามาในที่นี้ขอให้ถือว่าเป็นนิทานหรือ
ความฝันก็แล้วกัน จนกว่าท่านจะได้เองแล้วจึงค่อยถือเอาเป็นเรื่องจริงจัง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น