สอนวิธีปฏิบัติเพื่อรู้พระนิพพาน
ต่อมาวันรุ่งขึ้น ผู้เขียนและเพื่อนติดใจเรื่องนิพพาน อยากจะเห็นนิพพาน พอตกเวลาราตรี ก็ทำวัตรสวดมนต์ เสร็จแล้วเริ่มทำสมาธิตามแบบฉบับของโบราณ พออารมณ์เข้าอุปจาระก็นึกถึงท่าน
พอนึกท่านก็ถึงทันที พอมาถึงท่านบอกว่า ผมมาคอยอยู่นานแล้ว รู้แล้วว่าต้องมาแน่เพราะอย่างไรเสีย
เธอก็ต้องขอเรียนเรื่องนิพพาน ท่านเริ่มสอนว่า
นักนิยมนิพพาน ต้องมีแนวปฏิบัติตามนี้อย่างเคร่งครัด
ต่อมาวันรุ่งขึ้น ผู้เขียนและเพื่อนติดใจเรื่องนิพพาน อยากจะเห็นนิพพาน พอตกเวลาราตรี ก็ทำวัตรสวดมนต์ เสร็จแล้วเริ่มทำสมาธิตามแบบฉบับของโบราณ พออารมณ์เข้าอุปจาระก็นึกถึงท่าน
พอนึกท่านก็ถึงทันที พอมาถึงท่านบอกว่า ผมมาคอยอยู่นานแล้ว รู้แล้วว่าต้องมาแน่เพราะอย่างไรเสีย
เธอก็ต้องขอเรียนเรื่องนิพพาน ท่านเริ่มสอนว่า
นักนิยมนิพพาน ต้องมีแนวปฏิบัติตามนี้อย่างเคร่งครัด
๑. ระงับอุปกิเลส
ให้พยายามระงับอุปกิเลสให้สิ้น อย่าให้ใช้อารมณ์แม้แต่น้อยหนึ่ง ให้เข้าไปยุ่งแก่ภาระ
ของคนอื่น จะเป็นเรื่องดีเรื่องชั่วก็ตาม ไม่ต้องคิดถึงใคร เขาจะชม เขาจะติ เขาจะรวย จะจน
จะเป็นอะไรก็ช่าง ห้ามยุ่ง ระวังตัวของตัวเองเป็นสำคัญ ไม่ต้องคอยสอนคนอื่น พยายามระมัดระวัง
ตัวเองเป็นที่สุด อะไรจะเกิดแก่ตนต้องถือว่าช่างเป็นสำคัญ อย่าสร้างความดีใจ ขัดข้องใจในอารมณ์
นั้น ๆ อย่างนี้เป็นระดับแรก ถ้าทำได้อย่างนี้ เรียกว่า ถึงสะเก็ดของพระนิพพานแล้ว
๒. ระวังศีล นิวรณ์ และสร้างพรหมวิหาร ๔
ต่อไปให้รักษาศีลให้บริสุทธิ์ ไม่ทำลายศีลเอง ไม่ยุให้คนอื่นทำลายศีล ไม่ยินดีต่อเมื่อเห็น
คนอื่นทำลายศีล
ต่อไปก็ระงับนิวรณ์ ๕ ด้วยการเจริญฌาน นิวรณ์ ๕ จะระงับได้ด้วยจิตทรงในฌาน ข้อนี้
พวกท่านชำนาญแล้ว และทำถูกแล้ว ควรรักษาไว้อย่าให้เสื่อม
ต่อไปก็เจริญเมตตาพรหมวิหารทั้ง ๔ ให้ทรงใจเป็นปกติ รักด้วยเมตตา สงสาร มีใจอารี
ไม่ริษยา มีอารมณ์ปกติ คือวางเฉย พรหมวิหาร ๔ นี้ จะทำให้ฌานไม่เสื่อม และศีลจะบริสุทธิ์ เป็น
ปัจจัยให้ได้วิปัสสนาญาณรวดเร็ว อันนี้ท่านก็ได้แล้ว ไม่มีอะไรหนักใจ คนที่ทรงคุณตามนี้เป็นผู้มี
ความดีถึงเปลือกนิพพานแล้ว พวกคุณทั้งสามมีความดีถึงเปลือกนิพพานแล้ว ท่านสอนไป ท่านก็
พยากรณ์ไปด้วย
๓. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
เมื่อเธอปฏิบัติตามข้อ ๒ ได้ครบแล้ว ความจริงพวกเธอได้มาแล้ว อาจารย์เธอสั่งมาว่า
อย่างนั้น ฉันจะสอนต่อไป ต่อไปเธอจงพยายามสร้างปุพเพนิวาสานุสสติญาณให้ได้ จงปฏิบัติตามนี้
เข้าฌานในกสิณอย่างใดอย่างหนึ่ง ถึงฌาน ๔ แล้ว ถอยจิตออกมาที่อุปจารฌาน นั่นทำอย่างนั้นถูก
แล้ว เพราะพอท่านสอน นักธุดงค์ก็ทำตามทันที แล้วค่อย ๆ คิดถึงเหตุในอดีต จนถึงชาติก่อน ๆ ร้อย
ชาติพันชาติแล้วเข้าฌานใหม่นั่นถูกแล้ว ออกจากฌานคิดใหม่ ท่านบอกบทอยู่จนค่อนรุ่ง พวกนิยม
ไพรก็เต้นตาม พอใกล้สว่างท่านบอกว่า ที่สอนนี้ทำให้คล่องภายใน ๓ วัน ถ้าไม่คล่องฉันจะไม่มา
สอนอีก จนเธอตาย ท่านว่าถ้าได้คล่องตามนี้ พวกเธอก็เข้าถึงกระพี้นิพพาน แล้วท่านก็กลับ พวก
นิยมไพรซ้อมกันอย่างเอาชีวิตเข้าแลก พอวันที่ ๒ ก็ชำนาญ รุ่งขึ้นวันที่ ๓ ท่านมาใหม่
๔. จุตูปปาตญาณ
พอท่านมาถึง ท่านก็ยิ้มแล้วบอกว่า ฤาษีโพธิวัตรกับฤาษีพนมไพรเก่งมาก ตาลิงดำนี่
แกนานหน่อยนะ ถึงแม้จะยังไม่ได้ก็ไม่เป็นไร รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม นาน ๆ ไปถ้าไม่เลิกเสีย
ก็ได้เอง ต่อไปจงเข้าฌาน ๔ ในกสิณ ท่านบัญชา พวกเราก็เข้า สักพักหนึ่งท่านสั่งคลายออกแค่
อุปจาระ พวกเราก็คลายตามท่านสั่ง จับภาพกสิณให้แจ่มใส พวกเราก็ทำตาม เพิกกสิณเสียขอ
ภาพนรกจงปรากฏแทน พวกเราก็ทำตามเพราะจิตที่เรียนมายังสงสัยอเวจีมหานรก ก็พบอเวจี
พอดี เอ้าถอนได้คลายมาอยู่อุปจารฌาน พวกเราก็ทำตาม
(ต่อ)
ให้พยายามระงับอุปกิเลสให้สิ้น อย่าให้ใช้อารมณ์แม้แต่น้อยหนึ่ง ให้เข้าไปยุ่งแก่ภาระ
ของคนอื่น จะเป็นเรื่องดีเรื่องชั่วก็ตาม ไม่ต้องคิดถึงใคร เขาจะชม เขาจะติ เขาจะรวย จะจน
จะเป็นอะไรก็ช่าง ห้ามยุ่ง ระวังตัวของตัวเองเป็นสำคัญ ไม่ต้องคอยสอนคนอื่น พยายามระมัดระวัง
ตัวเองเป็นที่สุด อะไรจะเกิดแก่ตนต้องถือว่าช่างเป็นสำคัญ อย่าสร้างความดีใจ ขัดข้องใจในอารมณ์
นั้น ๆ อย่างนี้เป็นระดับแรก ถ้าทำได้อย่างนี้ เรียกว่า ถึงสะเก็ดของพระนิพพานแล้ว
๒. ระวังศีล นิวรณ์ และสร้างพรหมวิหาร ๔
ต่อไปให้รักษาศีลให้บริสุทธิ์ ไม่ทำลายศีลเอง ไม่ยุให้คนอื่นทำลายศีล ไม่ยินดีต่อเมื่อเห็น
คนอื่นทำลายศีล
ต่อไปก็ระงับนิวรณ์ ๕ ด้วยการเจริญฌาน นิวรณ์ ๕ จะระงับได้ด้วยจิตทรงในฌาน ข้อนี้
พวกท่านชำนาญแล้ว และทำถูกแล้ว ควรรักษาไว้อย่าให้เสื่อม
ต่อไปก็เจริญเมตตาพรหมวิหารทั้ง ๔ ให้ทรงใจเป็นปกติ รักด้วยเมตตา สงสาร มีใจอารี
ไม่ริษยา มีอารมณ์ปกติ คือวางเฉย พรหมวิหาร ๔ นี้ จะทำให้ฌานไม่เสื่อม และศีลจะบริสุทธิ์ เป็น
ปัจจัยให้ได้วิปัสสนาญาณรวดเร็ว อันนี้ท่านก็ได้แล้ว ไม่มีอะไรหนักใจ คนที่ทรงคุณตามนี้เป็นผู้มี
ความดีถึงเปลือกนิพพานแล้ว พวกคุณทั้งสามมีความดีถึงเปลือกนิพพานแล้ว ท่านสอนไป ท่านก็
พยากรณ์ไปด้วย
๓. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ
เมื่อเธอปฏิบัติตามข้อ ๒ ได้ครบแล้ว ความจริงพวกเธอได้มาแล้ว อาจารย์เธอสั่งมาว่า
อย่างนั้น ฉันจะสอนต่อไป ต่อไปเธอจงพยายามสร้างปุพเพนิวาสานุสสติญาณให้ได้ จงปฏิบัติตามนี้
เข้าฌานในกสิณอย่างใดอย่างหนึ่ง ถึงฌาน ๔ แล้ว ถอยจิตออกมาที่อุปจารฌาน นั่นทำอย่างนั้นถูก
แล้ว เพราะพอท่านสอน นักธุดงค์ก็ทำตามทันที แล้วค่อย ๆ คิดถึงเหตุในอดีต จนถึงชาติก่อน ๆ ร้อย
ชาติพันชาติแล้วเข้าฌานใหม่นั่นถูกแล้ว ออกจากฌานคิดใหม่ ท่านบอกบทอยู่จนค่อนรุ่ง พวกนิยม
ไพรก็เต้นตาม พอใกล้สว่างท่านบอกว่า ที่สอนนี้ทำให้คล่องภายใน ๓ วัน ถ้าไม่คล่องฉันจะไม่มา
สอนอีก จนเธอตาย ท่านว่าถ้าได้คล่องตามนี้ พวกเธอก็เข้าถึงกระพี้นิพพาน แล้วท่านก็กลับ พวก
นิยมไพรซ้อมกันอย่างเอาชีวิตเข้าแลก พอวันที่ ๒ ก็ชำนาญ รุ่งขึ้นวันที่ ๓ ท่านมาใหม่
๔. จุตูปปาตญาณ
พอท่านมาถึง ท่านก็ยิ้มแล้วบอกว่า ฤาษีโพธิวัตรกับฤาษีพนมไพรเก่งมาก ตาลิงดำนี่
แกนานหน่อยนะ ถึงแม้จะยังไม่ได้ก็ไม่เป็นไร รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม นาน ๆ ไปถ้าไม่เลิกเสีย
ก็ได้เอง ต่อไปจงเข้าฌาน ๔ ในกสิณ ท่านบัญชา พวกเราก็เข้า สักพักหนึ่งท่านสั่งคลายออกแค่
อุปจาระ พวกเราก็คลายตามท่านสั่ง จับภาพกสิณให้แจ่มใส พวกเราก็ทำตาม เพิกกสิณเสียขอ
ภาพนรกจงปรากฏแทน พวกเราก็ทำตามเพราะจิตที่เรียนมายังสงสัยอเวจีมหานรก ก็พบอเวจี
พอดี เอ้าถอนได้คลายมาอยู่อุปจารฌาน พวกเราก็ทำตาม
(ต่อ)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น