ชมวัดดูวัง ซึมซับประวัติศาสตร์แสนงาม แห่งราชธานีไทย | |
![]() | |
อย่าปล่อยให้ความงดงามในอดีตจารึกอยู่แค่เพียงตัวหนังสือ ความภาคภูมิใจใดไหนเลย... จะเทียบเท่ากับการได้ออกเดินทางไปดื่มด่ำซึมซับความยิ่งใหญ่ | |
| หาเวลาว่างพร้อมกันทั้งครอบครัว แล้วหอบตะกร้าของว่างขึ้นรถเตรียมกล้องถ่ายรูปให้พร้อม เมื่อ พระอาทิตย์เริ่มทอแสงอ่อนๆ ก็ได้ฤกษ์ออกตัว ด้วยการขับรถมาตามถนนพหลโยธิน พร้อมครอบครัว เมื่อถึง ประตูน้ำพระอินทร์ก็ขับรถข้ามสะพานวงแหวนรอบนอกเลี้ยวซ้ายบริเวณกิโลเมตรที่ 35 เข้าสู่ทางหลวง หมายเลข 308 จากนั้นก็ขับต่ออีกประมาณ 7 กิโลเมตร ก็จะถึง “พระราชวังบางปะอิน” (เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00 - 17.00 น.) | |
| พระราชวังฤดูร้อนที่ผสานศิลปะตะวันออกกับตะวันตกได้อย่างงดงาม ตั้งอยู่ในเกาะบางปะอิน เกาะใหญ่กลางสายน้ำเจ้าพระยา ชื่นชมความวิจิตรงดงามของพระราชวังเก่าแก่สมัยกรุงศรีอยุธยาที่พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าฯ ทรงบูรณะฟื้นฟูขึ้นใหม่ เริ่มจากการเดินเที่ยวชมเขตพระราชฐานชั้นนอก ซึ่งปัจจุบันใช้สำหรับการออกมหาสมาคมและพระราชพิธีต่างๆ ตามด้วยเขตพระราชฐานชั้นใน ที่ประทับส่วนพระองค์ พร้อมชมสถานีรถไฟสายพิเศษ ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นขบวนรถไฟสาย ประวัติศาสตร์ มีตำนานเก่าแก่น่าศึกษา | |
เดินชมทั่วรอบวังแล้ว ก็ออกรถต่อมายัง “ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขต | |
| อำเภอบางไทร หาไม่ยาก เพราะมีป้ายบอกทางไปตลอด ที่ศูนย์ศิลปาชีพมีสถานที่เที่ยวน่าสนใจหลายแห่ง อาทิ ศาลาพระมิ่งขวัญ ศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ ขณะที่ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 เป็นนิทรรศการผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพชิ้นยอดเยี่ยมของศูนย์ฯ | |
![]() | |
อิ่มเอมกับความประณีตบรรจงของงานศิลปะแล้ว ก็ได้เวลาพักรับประทานอาหารกลางวันที่ “ร้านเอมโอษฐ์”ไม่ต้องไปไหนไกลเพราะตั้งอยู่ในศูนย์ศิลปาชีพฯ เลย (โทร. 0 3536 6901-2) มื้อนี้อย่าลืมสั่งกุ้งอบเนย ปลาสำลียำมะม่วง และปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียมพริกไทย รับประทานกันจนอิ่มเอมเปรมปรีดิ์ แล้วจึงเข้าชม “หมู่บ้านศิลปาชีพ” ซึ่งจัดแสดงสถาปัตยกรรม การสร้างบ้านเรือนของคนไทยทุกภาค จำลองชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมไทยจากทั่วประเทศ ภายในหมู่บ้านมีการสาธิตวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไทยๆ นอกจากนี้ ยังมี “วังปลา” สถานที่แสดงพันธุ์สัตว์น้ำจืด รวบรวมปลาไว้ให้ชมหลากหลาย และ “สวนนก” ที่มีนกพันธุ์หายากมากกว่า 30 ชนิด บริเวณโดยรอบรายล้อมด้วยธรรมชาติแสนงาม พูดได้ว่ามาศูนย์ศิลปาชีพฯ ครานี้ได้ทั้งความอิ่มตาอิ่มใจและได้ความรู้ (ให้เด็กๆ) ได้ติดไม้ติดมือกลับมาอย่างเต็มที่ เหน็ดเหนื่อยกันพอประมาณ ได้เวลาเข้าที่พัก เพื่อให้ได้บรรยากาศของกรุงเก่า ไม่มีอะไรดีกว่าเข้าพักที่“อยุธยา การ์เด้น ริเวอร์ โฮม (54 หมู่ 7 อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทร.0 3526 3020 www.ayutthayagardenriverhome.com) ที่อยู่ใกล้ชิดติดแม่น้ำ ถ้าอยากได้ห้องวิวริมแม่น้ำ ขอแนะนำ “ห้องชิดชล” เพราะแค่แหวกม่านก็จะพบสายน้ำที่วับแววเป็นประกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศ โรแมนติกเล็กๆ แต่สำหรับผู้ใหญ่กับเด็กๆ ก็ต้อง “ห้องศรีชล” ที่ตกแต่งด้วยศิลปะไทยอันงดงาม ชะรอยว่าคืนนี้เหล่าสมาชิกจะเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางกันแล้ว เดินลงมารับประทานข้าวเย็นแบบง่ายๆ ที่ห้องอาหารของ รีสอร์ตก็ไม่เลว จะได้ปิดท้ายวันด้วยการนวดไทยคลายความเมื่อยล้า | |
![]() | |
| เช้าวันรุ่งขึ้น ขอแนะนำให้ตื่นกันแต่เช้าตรู่ รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมที่เรียบร้อยก็พร้อมเดินทา งเข้าสู่ตัวเมืองพระนครศรีอยุธยาแต่เช้า เริ่มต้นนมัสการพระพุทธรูปสมัยอยุธยา ในพระอุโบสถของ “วัดใหญ่ชัยมงคล” สักการะอนุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรฯ ชมทัศนียภาพเกาะเมืองอยุธยาบนยอดเจดีย์วัด ใหญ่ชัยมงคล จากนั้นก็มานมัสการหลวงพ่อโต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอยุธยาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ณ “วัดพนัญเชิงวรวิหาร” ทำบุญแล้วอย่าลืมทำทานด้วยการให้อาหารปลาหลังวัด ซึ่งบริเวณนั้นมีแม่น้ำ 3 สาย คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำลพบุรีไหลมาบรรจบกัน | |
![]() | จากนั้นก็เข้าชมความงามของจิตรกรรมฝาผนังที่ “วัดสุวรรณดารารามวรวิหาร” นมัสการพระประธาน ณ พระอุโบสถ และสักการะเจดีย์บรรจุอัฐิพระบิดา - พระมารดาในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ แล้วเบรกการแสวงบุญ ด้วยการแวะพักรับประทานอาหารที่“ร้านแพกรุงเก่า” (ซอย 4 หมู่ 2 ถนนอู่ทอง ตำบล หอรัตนไชย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทร. 0 3524 5771, 0 3524 1555, 0 3524 3455) ร้านอาหารขึ้นชื่อ ของอยุธยาบรรยากาศดีที่ซ่อนตัวอยู่ริมน้ำ อยู่ใกล้ๆ กับวัดสุวรรณดาราม ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงมาอยุธยา ไม่กินกุ้งแม่น้ำไม่ได้ เริ่มจากกุ้งแม่น้ำเผากับน้ำจิ้มรสแซบจานโต ตามด้วยปลาน้ำเงินราดพริก ไข่ฟูกะปิ ต้มยำปลาคัง แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ฯลฯ นี่ถ้าไม่ยกกันมาทั้งครอบครัว หรือมีญาติสนิทมิตรสหายก๊วนโตมาด้วย มีหวังจัดการได้ไม่หมด อิ่มท้องกันได้ที่แล้ว ก็ออกเดินทางไปเติมความอิ่มเอมใจกันต่อ ด้วยการไปนมัสการพระพุทธรูปสมัยอยุธยา และพระนอนในวิหาร ณ “วัดธรรมิกราช” |
| ซึ่งสร้างในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ชื่นชมพระพุทธรูปทรงเครื่องและพระพุทธรูปศิลปะทวารวดี ปิดท้ายด้วยการสักการะ “หลวงพ่อพระมงคลบพิตร” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอีกองค์ พร้อมเที่ยวชมความงามของ “วัดพระศรีสรรเพชญ์” ในเขตพระราชวังโบราณ | |
![]() | |
ก่อนกลับอย่าลืมขับรถแวะมาที่ย่านถนนสายไหม หน้าโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ที่มีร้านโรตีสายไหม อยุธยารายเรียงอยู่ตลอดเส้นทาง เลือกซื้อเลือกรับประทานได้ตามใจชอบ ถูกใจร้านไหนก็ซื้อร้านนั้นได้เลย แต่ถ้าไม่อยากงง หรือเอาแต่ชิมโรตีสายไหมจนอิ่ม บอกใบ้ให้ก็ได้ว่าท้อป 3 ร้านดัง ได้แก่ “โรตีสายไหมรส ผลไม้ ศิลัคข” (0 3521 0983) ที่มีโรตีสายไหมรสผลไม้ให้เลือกหลายรส “บังเปีย แสงอรุณ” (0 3521 0696, 08 681 0907) โรตีแผ่นเล็กแป้งบาง ไส้สายไหมหวานหอม “อาบาดีน+ประนอม แสงอรุณ” (08 9005 9948) ว่ากันว่าอร่อยที่สุดในบรรดาโรตีสายไหมอยุธยา ร้านอยู่ตรงกันข้ามกับโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยาเลย ทีเด็ดอยู่ที่แผ่นแป้งใหญ่ยักษ์ โรยด้วยงาดำ หอมกรุ่น ถ้าไปช่วงเสาร์ - อาทิตย์คิวยาวเหยียดเลยทีเดียว เพราะทำขายกันสดๆ ส่งกลิ่นหอมชวนกินมาแต่ไกลเลย ซื้อโรตีสายไหมขึ้นรถเสร็จสรรพ ก็ขับรถตรงขึ้นทางด่วนพิเศษศรีรัช กลับกรุงเทพฯ กันได้เลย รายละเอียดของงบประมาณ
| |
เกี่ยวกับฉัน
วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2553
พระนครศรีอยุธยา - ท่องเที่ยวตามงบประมาณ
ป้ายกำกับ:
พระนครศรีอยุธยา
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น